...ข่าวจากกลุ่มวิจัย ...

bullet

พายุสุริยะมหันตภัยเงียบที่คุกคามโลก (ผู้จัดการ Online วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2546)

bullet

ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ (กลุ่มฟิสิกส์อวกาศและอนุภาคพลังงานสูง วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2547)

bullet

ภาพจากปรากฏการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ (photos of venus transit) (กลุ่มฟิสิกส์อวกาศและอนุภาคพลังงานสูง วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2547)

bullet

พระอาทิตย์ทรงกลดในกรุงเทพฯ (กลุ่มฟิสิกส์อวกาศและอนุภาคพลังงานสูง วันอังคารที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2547)

bullet

การประชุมสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง "ดาราศาสตร์และดาราศาสตร์ฟิสิกส์ไทย ประจำปี 2547" (กลุ่มฟิสิกส์อวกาศและอนุภาคพลังงานสูง วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2547)

bullet

คำถาม คำตอบเรื่องดาวเคราะห์ดวงใหม่ (บทสัมภาษณ์พิเศษ รศ.ดร.เดวิด  รูฟโฟโล 9 สิงหาคม พ.ศ. 2548)

   --------------------------------------------------------

 

...ข่าวด้านอวกาศ และดาราศาสตร์ .... 

พบแหล่งกำเนิดรังสีคอสมิคในทางช้างเผือก
July 2nd, 2009
Adapted from  eso.org Milky Way's super-efficient particle accelerators caught in the act
  
                                   
ต้องขอบคุณการศึกษาแบบประสานข้อมูลสองแหล่ง   ที่รวมข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์ Very Large Telescope (VLT) ของหอสังเกตการณ์ท้องฟ้าซีกใต้ยุโรป(European Southern Observatory: ESO) กับหอสังเกตการณ์รังสีเอกซ์จันทรา(Chandra X-ray Observatory) ขององค์การนาซา  ซึ่งช่วยให้คณะนักดาราศาสตร์ไขปริศนาอันยาวนานแห่งกลไกการเร่งอนุภาคของกาแลกซีทางช้างเผือก(Milky Way)   พวกเขาแสดงผลในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science Express ว่ารังสีคอสมิค(cosmic rays) จากกาแลกซีของเรา ถูกเร่งอย่างมีประสิทธิภาพสูงในซากของดาวฤกษ์ที่ระเบิดตัวเอง(stellar remnant)

 


ภาพซากการระเบิดของดาวฤกษ์เมื่อปี ค.ศ. 185 เมื่อศึกษารายละเอียด นักดาราศาสตร์ก็พบว่าที่แห่งนี้เป็นแหล่งที่ใช้เร่งพลังงานให้รังสีคอสมิค Credit:ESO/E. Helder & NASA/Chandra


ในช่วงเที่ยวบินอพอลโล(Apollo) (ช่วงที่โครงการอพอลโลส่งจรวดและนักบินออกไปปฏิบัติภารกิจในอวกาศ-ผู้แปล) นักบินอวกาศรายงานการพบแสงวาบประหลาด  ซึ่งสามารถมองเห็นได้แม้ในขณะที่ปิดตา   เราได้เรียนรู้จากครั้งนั้นว่าเกิดจากรังสีคอสมิค อันเป็นอนุภาคพลังงานสูงจากนอกระบบสุริยะ(solar system) ซึ่งมาถึงโลก และชนกับชั้นบรรยากาศของโลกอย่างสม่ำเสมอ  เมื่อรังสีเหล่านั้นมาถึงโลก  พวกมันก็ยังมีพลังงานเหลือมากพอที่จะทำให้เกิดความผิดปกติในอุปกรณ์ไฟฟ้า
รังสีคอสมิคจากกาแลกซี(galactic cosmic ray) มาจากแหล่งกำเนิดภายในกาแลกซีทางช้างเผือกของเราเอง และประกอบด้วย  โปรตอนซึ่งเป็นอนุภาคส่วนใหญ่ของรังสีชนิดนี้ โปรตอนเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วเข้าใกล้อัตราเร็วของแสง อันเป็น “ขีดจำกัดอัตราเร็วมากที่สุด” ภายในเอกภพ  โปรตอนเหล่านี้ถูกเร่งจนมีพลังงานสูงกว่าพลังงานของอนุภาคที่สร้างจากเครื่อง Large Hadron Collider ของ CERN หลายเท่า

 

ภาพมุมกว้างแสดงพื้นที่นักดาราศาสตร์ใช้สำรวจยืนยันว่าซากของการระเบิดของดาวฤกษ์ เป็นแหล่งที่เร่งพลังงานของรังสีคอสมิค วงรีสีแดงคือบริเวณที่เป็นซากหลงเหลือจากการระเบิด  กล่องสีแดงด้านซ้ายมือคือจุดที่ VLT และ กล้องจันทราสำรวจ  บริเวณนี้เรียกว่า RCW 86 โดยตำแหน่งใจกลางคือดาวฤกษ์ที่ระเบิดตัวเองเมื่อ ค.ศ. 185 Credit:ESO and Digitized Sky Survey 2. Acknowledgment: Davide De Martin

Eveline Helder จากสถาบันดาราศาสตร์อูเทรชท์ แห่งมหาวิทยาลัยอูเทรชท์ (Astronomical Institute Utrecht of Utrecht University) ในเนเธอร์แลนด์  และผู้เขียนชื่อแรกในบทความรายงานการศึกษา กล่าวว่า  “มันเป็นที่เชื่อกันมานาแล้วว่ามหาเครื่องเร่งอนุภาคที่ผลิตรังสีคอสมิคภายในกาแลกซีทางช้างเผือกคือเปลือกที่กำลังขยายตัวจากการระเบิดของดาวฤกษ์  แต่ผลการสังเกตการณ์ของเราเผยว่าควันปืนที่หลงเหลืออยู่ (ซากการระเบิดของดาวฤกษ์) คือข้อพิสูจน์”     Jacco Vink จากสถาบันดาราศาสตร์อูเทรชท์เสริมว่า “แม้แต่คุณก็สามารถกล่าวได้ว่า  เราได้ยืนยันประสิทธิภาพของปืนที่ใช้ในการเร่งรังสีคอสมิคเข้าสู่พลังงานระดับมหาศาล”
เป็นครั้งแรกที่  Helder, Vink และผู้ร่วมงาน พร้อมด้วยผลการวัดที่อธิบายความฉงนสนเท่ห์ทางดาราศาสตร์อันยาวนานว่าการระเบิดของดาวฤกษ์เพียงพอต่อการเร่งอนุภาคหรือไม่  เพื่อที่จะอธิบายจำนวนของรังสีคอสมิคที่ชนกับชั้นบรรยากาศโลก   ผลการศึกษาของคณะทำงานนี้บ่งชี้ว่ามันเกิดขึ้นจริงและบอกเราโดยตรงถึงระดับพลังงานที่ถูกดึงออกไปจากก๊าซที่ถูกกระทบกระแทกภายในการระเบิดของดาวฤกษ์ แล้วถูกนำมาใช้เร่งอนุภาค  “เมื่อดาวฤกษ์ดวงหนึ่งระเบิดเป็นอะไรที่เราเรียกว่า “ซูเปอร์โนวา (supernova)”  Helder กล่าว “พลังงานที่ถูกใช้ในการเร่งอนุภาค มาจากความร้อนที่ใช้ในการทำให้ก๊าซร้อนขึ้น, ซึ่งทำให้พวกมันเย็นกว่าสิ่งที่ทฤษฎีทำนายเอาไว้”

 
แสดงท้องฟ้าบริเวณที่เป็นแหล่งกำเนิดรังสีคอสมิคจากซูเปอร์โนวาโบราณ RCW 86  Credit:ESO and Digitized Sky Survey 2. Acknowledgment: Davide De Martin

นักวิจัยมุ่งความสนใจไปยังซากของดาวฤกษ์ที่ระเบิดขึ้นเมื่อ ค.ศ. 185 ซึ่งถูกบันทึกโดยนักดาราศาสตร์ชาวจีน   ซากการระเบิดดังกล่าวเรียกว่า RCW 86  อยู่ห่างจากโลก 8200 ปีแสง ในทิศทางกลุ่มดาว Circinus (เข็มทิศ)  อันเป็นบันทึกการระเบิดของดาวฤกษ์ที่เก่าแก่ที่สุด   การใช้กล้องโทรทรรศน์ VLT ของ ESO  คณะทำงานวัดอุณหภูมิของก๊าซที่อยู่ด้านหลังคลื่นกระแทก(shock wave) อันเกิดจากการระเบิดของดาวฤกษ์   พวกเขาวัดอัตราเร็วของคลื่นกระแทกด้วย โดยใช้ภาพถ่ายจากหอสังเกตการณ์รังสีเอกซ์จันทรา ทุกๆ 3 ปี   พวกเขาพบว่าคลื่นกระแทกเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็ว 10 ถึง 30 ล้านกิโลเมตรต่อชั่วโมง  หรือราว  1 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ของอัตราเร็วแสง
อุณหภูมิของก๊าซที่เปลี่ยนสู่ 30 ล้านองศาเซลเซียส  ซึ่งถือว่าร้อนมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานในชีวิตประจำวัน ทว่ามันกลับเป็นค่าที่ต่ำกว่าการคาดการณ์  ที่ให้แก่ความเร็วของคลื่นกระแทก    ซึ่งควรจะทำให้ก๊าซร้อนมากกว่านี้อย่างน้อย 0.5 ล้านองศาเซลเซียส    “พลังงานที่หายไปจึงเป็นสิ่งที่ถูกนำไปขับรังสีคอสมิคนั่นเอง”  Vink สรุป 

 

แปลและเรียบเรียงโดย วัชราวุฒิ กฤตินธรรม  คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล


----------------------------------------------------------

 

 

 

แฟ้มข่าว


ข่าวปี พ.ศ. 2552

เดือน มกราคม 2552

เดือน กุมภาพันธ์ 2552

เดือน มีนาคม 2552

เดือน เมษายน 2552

เดือน พฤษภาคม 2552

เดือน มิถุนายน 2552

เดือน กรกฎาคม 2552

เดือน สิงหาคม 2552

เดือน กันยายน 2552

เดือน ตุลาคม 2552

เดือน พฤศจิกายน 2552

เดือน ธันวาคม 2552

ข่าวปี พ.ศ. 2551

เดือน มกราคม 2551

เดือน กุมภาพันธ์ 2551

เดือน มีนาคม 2551

เดือน เมษายน 2551

เดือน พฤษภาคม 2551

เดือน มิถุนายน 2551

เดือน กรกฎาคม 2551

เดือน สิงหาคม 2551

เดือน กันยายน 2551

เดือน ตุลาคม 2551

เดือน พฤศจิกายน 2551

เดือน ธันวาคม 2551

ข่าวปี พ.ศ. 2550

เดือน มกราคม 2550

เดือน กุมภาพันธ์ 2550

เดือน มีนาคม 2550

เดือน เมษายน 2550

เดือน พฤษภาคม 2550

เดือน มิถุนายน 2550

เดือน กรกฎาคม 2550

เดือน สิงหาคม 2550

เดือน กันยายน 2550

เดือน ตุลาคม 2550

เดือน พฤศจิกายน 2550

เดือน ธันวาคม 2550

 

ข่าวปี พ.ศ. 2549

เดือน มกราคม 2549

เดือน กุมภาพันธ์ 2549

เดือน มีนาคม 2549

เดือน เมษายน 2549

เดือน พฤษภาคม 2549

เดือน มิถุนายน 2549

เดือน กรกฎาคม 2549

เดือน สิงหาคม 2549

เดือน กันยายน 2549

เดือน ตุลาคม 2549

เดือน พฤศจิกายน 2549

เดือน ธันวาคม 2549

ข่าวปี พ.ศ. 2548

เดือนมกราคม 2548

เดือน กุมภาพันธ์ 2548

เดือน มีนาคม 2548

เดือน เมษายน 2548

เดือน พฤษภาคม 2548

เดือน มิถุนายน 2548

เดือน กรกฎาคม 2548

เดือน สิงหาคม 2548

เดือน กันยายน 2548

เดือน ตุลาคม 2548

เดือน พฤศจิกายน 2548

เดือน ธันวาคม 2548

ข่าวปี พ.ศ. 2547

เดืือน มกราคม 2547

เดือน กุมภาพันธ์ 2547

เดือน มีนาคม 2547

เดือน เมษายน 2547

เดือน พฤษภาคม 2547

เดือน มิถุนายน 2547

เดือน กรกฎาคม 2547

เดือน สิงหาคม 2547

เดือน กันยายน 2547

เดือน ตุลาคม 2547

เดือน พฤศจิกายน 2547

เดือน ธันวาคม 2547

 

[home] [about us] [staff members] [alumni] [news] [articles & presentations] [research papers] [Princess Sirindhorn neutron monitor] [FAQs] [glossary] [links] [contact us